“แกนนำสุขภาพ กทม.” ร่วมยื่นหนังสือต่อหน่วยงาน สปสช. เขต 13 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน กทม. เพื่อลดการร้องเรียน และพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น

23 มิถุนายน 2569

“แกนนำสุขภาพ กทม.” ร่วมยื่นหนังสือต่อหน่วยงาน สปสช. เขต 13 และหน่วยงานที่เกี่ยวข้องใน กทม. เพื่อลดการร้องเรียน และพัฒนาระบบบริการสุขภาพให้ดียิ่งขึ้น

วันที่ 23 มิถุนายน 2569 ณ ห้องไพบูลย์ วัฒนศิริธรรม สถาบันพัฒนาองค์กรชุมชน (องค์การมหาชน) สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย ร่วมกับเครือข่ายศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง กรุงเทพมหานคร (โซนกรุงเทพเหนือ  โซนกรุงเทพใต้  และโซนเชิงประเด็น) จัดเวทีวิเคราะห์ข้อมูลประเด็นปัญหาที่เกิดซ้ำในพื้นที่และจัดทำรายงานข้อเสนอเพื่อการปรับปรุงพัฒนาระบบการให้บริการ ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร และยื่นข้อเสนอให้กับตัวแทนสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13  สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร  สำนักการแพทย์มหานคร

  การรวมตัวของเครือข่ายศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทอง กรุงเทพมหานคร (โซนกรุงเทพเหนือ  โซนกรุงเทพใต้  และโซนเชิงประเด็น) จำนวนกว่าสองร้อยคนได้มาประชุมร่วมกับหน่วยบริการในพื้นที่ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ได้แก่ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13  สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร  สำนักการแพทย์มหานคร และหน่วยงานภาครัฐและเอกชนอื่นๆ เพื่อลดประเด็นปัญหาข้อร้องเรียน นำประเด็นปัญหาต่างๆมาวิเคราะห์เพื่อนำไปสู่การปรับปรุงพัฒนา การบูรนาการร่วมกันระหว่างภาคประชาชนและผู้ให้บริการ จนได้ประเด็นสำคัญและร่วมกันยื่นข้อเสนอให้กับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13  สำนักอนามัยกรุงเทพมหานคร  สำนักการแพทย์มหานคร

   ตามที่ศูนย์คุ้มครองสิทธิบัตรทองและศูนย์ประสานงานหลักประกันสุขภาพประชาชน โซนกรุงเทพเหนือ กรุงเทพใต้  และ โซนเชิงประเด็น ได้รวบรวมข้อมูลปัญหาจากการเข้าถึงระบบการรักษาพยาบาลภายใต้ระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในเขตพื้นที่กรุงเทพมหานคร ในช่วงปี 2568 -2569 พบว่า ประชาชนกรุงเทพมหานคร ที่ใช้สิทธิบัตรทองมีปัญหาจากการเข้ารับบริการที่หลากหลาย  อาทิ ปัญหาหน่วยบริการขาดแคลน หน่วยบริการลาออก หน่วยบริการรับส่งต่อไม่เพียงพอ  การไม่ออกใบส่งตัว การเรียกเก็บเงินค่าใช้จ่ายนอกสิทธิการรักษา  สิทธิการสร้างเสริมสุขภาพที่ไม่ครอบคลุม และไม่จัดบริการเชิงรุกที่เพียงพอ  ล้วนแต่เป็นปัญหาที่ส่งผลกระทบต่อคุณภาพชีวิตและการรับบริการของประชาชนกรุงเทพมหานครทั้งสิ้น  ประชากรกรุงเทพมหานครตามทะเบียนราษฎร์จำนวน 5 ล้านกว่าคน ประชากรแฝงอีกประมาณ 8 ล้านคน ใช้สิทธิหลักประกันสุขภาพ กว่า 3.5 ล้านคน พบว่า หน่วยบริการที่สังกัดท้องถิ่น ศูนย์บริการสาธารณสุข โรงพยาบาลสังกัดสำนักการแพทย์ ยังให้บริการไม่ครอบคลุมคนกรุงเทพฯอย่างทั่วถึง

ข้อเสนอให้กับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ เขต 13 กรุงเทพมหานคร 

  1. ขอให้ประสานงานกรุงเทพมหานคร เปิดขยายเครือข่าย และพื้นที่ให้บริการให้ครอบคลุมคนกรุงเทพมหานครที่แท้จริง ทั้งศูนย์บริการสาธารณสุขพื้นที่ และ โรงพยาบาลสังกัดกรุงเทพมหานคร 50 เขต
  2. ขอให้เร่งรัดการพัฒนารูปแบบเครือข่ายหน่วยบริการ New Model เพื่อขจัดปัญหาเรื่องการเข้าถึงการรักษาพยาบาล ในระบบหลักประกันสุขภาพแห่งชาติในพื้นที่ กรุงเทพมหานคร
  3. ขอให้เร่งรัดการกำหนดรูปแบบการส่งตัว ในลักษณะลดภาระของผู้รับบริการ การส่งตัวแบบไป-กลับ ให้ผู้รับบริการรับทราบสถานการณ์ของโรคที่เป็นอยู่ ลดภาระค่าใช้จ่ายการเดินทางไปรับใบส่งตัว  และกำหนดระยะเวลาใบส่งตัว ให้เหมาะสมครอบคลุมทุกกลุ่มโรค
  4. ขอให้พัฒนาระบบการสื่อสารในเรื่องการกำหนดรูปแบบใบส่งตัวใหม่ให้ชัดเจนกับผู้รับบริการ สร้างความเชื่อมั่นในการให้บริการระดับ PCU และ การเปลี่ยนแปลงที่ได้รับผลกระทบต่างๆให้รวดเร็ว
  5. ขอให้พัฒนาการบริหารงบประมาณต้องไม่เป็นอุปสรรคต่อการเข้าถึงบริการของผู้รับบริการ
  6. ขอให้กำกับและสนับสนุนการดำเนินการด้านค่าใช้จ่ายของหน่วยบริการให้รวดเร็ว ไม่เป็นอุปสรรคการให้บริการ
  7. ขอให้ประสานงานกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานคร ให้พัฒนาสร้างความเข้าใจ และการเข้าถึงกองทุนของภาคประชาชนในระดับเขต ให้เกิดโครงการที่สนับสนุนการสร้างเสริมสุขภาพที่เป็นความต้องการที่แท้จริงของพื้นที่ และเน้นการทำความเข้าใจการใช้ค่าใช้จ่ายโครงการตามหลักเกณฑ์คู่มือที่กำหนด

ข้อเสนอให้กับสำนักอนามัย กรุงเทพมหานคร

  1. ขอให้พัฒนายกระดับและความพร้อมของศูนย์บริการสาธารณสุข (ศบส.) สังกัดสำนักอนามัย ทั้ง 69 แห่ง ซึ่งเป็นด่านหน้าปฐมภูมิที่สำคัญที่สุดในการรับช่วงต่อดูแลประชาชนแทนคลินิกเอกชนที่ปิดตัวไปและไม่เพียงพอ โดยมีแนวทางการขยายบริการ
  • เพิ่มจำนวนประชากรผู้รับบริการในพื้นที่
  • ขยายเวลาการให้บริการ (Extended Hours): มีการเปิดบริการคลินิกนอกเวลาราชการใน ศบส. หลายแห่ง เพื่อรองรับกลุ่มวัยทำงานและผู้ที่ไม่สะดวกมาในเวลาปกติ ช่วยลดความแออัดในช่วงเช้า
  • การอัปเกรดเทคโนโลยีและ Telemedicine: นำระบบเจาะเลือดใกล้บ้านและระบบการแพทย์ทางไกล (Telemedicine) มาใช้ ผู้ป่วยโรคเรื้อรังที่อาการคงที่สามารถพบแพทย์ผ่านหน้าจอและรอรับยาที่บ้านหรือร้านยาใกล้บ้านที่เข้าร่วมโครงการได้เลย ไม่จำเป็นต้องเดินทางมาต่อคิวที่ ศบส. ทุกครั้ง
  • การเชื่อมโยงข้อมูลสุขภาพ (BKK Health Data Exchange): พัฒนาการส่งต่อข้อมูลอย่างไร้รอยต่อระหว่าง ศบส. และโรงพยาบาลแม่ข่ายในสังกัดสำนักการแพทย์และเอกชนรับส่งต่อ เพื่อให้การออกใบส่งตัวอิเล็กทรอนิกส์ (e-Referral) เป็นไปอย่างรวดเร็ว ประชาชนไม่ต้องถือเอกสารกระดาษวิ่งไปวิ่งมา
  1. ขอให้ทบทวนการแบ่งพื้นที่บริการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคและเยี่ยมบ้านที่เป็นธรรมและครอบคลุมบริการร่วมกับคลินิกเอกชน
  2. ขอให้พัฒนาเครือข่ายประชาชนให้เข้าถึงกองทุนหลักประกันสุขภาพกรุงเทพมหานครระดับเขต (พี่เลี้ยงโครงการ)

ข้อเสนอให้กับสำนักการแพทย์ กรุงเทพมหานคร

  1. ขอให้เร่งรัดพัฒนาสร้างหรือเพิ่มโรงพยาบาลประจำเขต ให้ครอบคลุม 50 เขต
  2. ขอให้เพิ่มจำนวนประชากรผู้รับบริการในพื้นที่ เพื่อรองรับผู้ป่วยส่งต่อในเขตและเขตใกล้เคียง
  3. ขอให้การบริหารจัดการคิวและระบบนัดหมายอัจฉริยะ: นำแอปพลิเคชัน (เช่น แอป หมอ กทม.) มาใช้บริหารจัดการคิวนัดหมายและชำระเงินล่วงหน้า ช่วยลดเวลาการรอคอยในโรงพยาบาลลงอย่างเห็นได้ชัด
  4. ขอให้การเปิดศูนย์โรคเฉพาะทางในโรงพยาบาล: ขยายศักยภาพโรงพยาบาลเมืองกรุงเทพฯ ให้สามารถรองรับการผ่าตัด การฟอกไต หรือการรักษาเฉพาะทางได้ เพื่อให้คนกรุงเทพฯ รอบนอกไม่ต้องดั้นด้นเข้ามารักษาในโรงพยาบาลโรงเรียนแพทย์
  5. ขอให้ขยายความร่วมมือ Sandbox: ใช้โมเดลเขตสุขภาพนำร่องเพื่อดูแลผู้ป่วยแบบไร้รอยต่อ

ข้อเสนอต่อกรุงเทพมหานคร

  1. ขอให้เพิ่มศักยภาพบุคคลากร และจำนวนในหารจัดบริการสาธารณสุข ระดับปฐมภูมิและรับส่งต่อ ให้เพียงพอ
  2. ขอให้เพิ่มหน่วยบริการ – ขยายการให้บริการ หน่วยบริการในสังกัดกรุงเทพมหานคร ให้ครอบคลุม 50 เขต กรุงเทพมหานคร
  3. ขอให้ร่วมมือกับสำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ 13 กรุงเทพมหานคร ในการพัฒนารูปแบบการบริการในพื้นที่กรุงเทพมหานครให้ครอบคลุมประชากร
  4. ขอให้สนับสนุนการมีส่วนร่วมกับประชาชนผู้รับบริการ ทั้งในส่วนการดำเนินการการจัดบริการ และงานสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรค
  5. ขอให้พัฒนาระบบส่งต่ออิเล็กทรอนิกส์ (e-Referral): สามารถเชื่อมโยงข้ามสังกัดเพื่อบริการที่ครอบคลุม
  6. ขอให้ประชาสัมพันธ์ในการเข้าถึงบริการสุขภาพ และบริการสุขภาพเชิงรุกเพื่อการสร้างเสริมสุขภาพป้องกันโรคให้มากขึ้น
  7. ขอให้พัฒนาสร้างความเข้าใจการใช้งบประมาณกองทุนสุขภาพกรุงเทพมหานครให้ทั่วถึงและ เข้าใจวัตถุประสงค์กองทุน

เว็บไซต์สมาคมเพื่อนโรคไตฯ: https://www.kfat.or.th/สอบถามข้อมูล โทร 02-2483735 ต่อ 124

facebook เพจ สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย

ที่มา : สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย

ขอบคุณ : สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย

v

v

v

ด้วยความปรารถนาดีจากสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย

ขอคำปรึกษาได้ที่นี่ !