
22 มีนาคม 2569
ห่วง! วิกฤตตะวันออกกลาง กระทบขนส่ง–น้ำมัน จ่อหารือ สปสช. เร่งแก้ปัญหาส่งน้ำยาล้างไต
“สมาคมเพื่อนโรคไตฯ” ชี้ผลกระทบพลังงานเริ่มลามถึงระบบรักษาผู้ป่วยไต พบเขตสุขภาพ 8 และ 12 สะดุดส่งน้ำยาล้างไต เตรียมหารือ สปสช. วางแผนสำรองเวชภัณฑ์–แก้ขนส่ง หวั่นกระทบความต่อเนื่องการรักษา
เมื่อวันที่ 22 มีนาคม 2569 นายธนพลธ์ ดอกแก้ว นายกสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย เปิดเผยถึงความกังวลต่อผลกระทบจากสถานการณ์ความไม่สงบในตะวันออกกลาง ซึ่งแม้จะเกิดขึ้นไกลจากประเทศไทย แต่เริ่มส่งผลกระทบทางอ้อม โดยเฉพาะด้านพลังงาน เห็นได้จากปั๊มน้ำมันบางแห่งมีความแออัด จำกัดการเติม หรือเกิดภาวะน้ำมันขาดช่วงในบางเวลา
นายธนพลธ์ กล่าวว่า สำหรับผู้ป่วยโรคไต ผลกระทบดังกล่าวไม่ใช่เพียงเรื่องความไม่สะดวก แต่เกี่ยวข้องโดยตรงกับ “ความต่อเนื่องของการรักษา” ซึ่งมีความสำคัญอย่างยิ่งต่อชีวิตผู้ป่วย
ปัจจุบัน ผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง (PD) จำนวนมากต้องใช้น้ำยาล้างไตอย่างสม่ำเสมอ และพึ่งพาระบบจัดส่งถึงบ้าน หากระบบขนส่งมีปัญหา อาจทำให้น้ำยาล้างไตส่งล่าช้า โดยขณะนี้เริ่มมีผู้ป่วยในบางพื้นที่โทรสอบถามถึงความล่าช้าในการจัดส่ง จนก่อให้เกิดความกังวลเพิ่มขึ้น
ล่าสุดเริ่มพบสัญญาณปัญหาในบางพื้นที่ โดยเฉพาะเขตสุขภาพที่ 8 และเขตสุขภาพที่ 12 ซึ่งมีข้อจำกัดในการจัดส่งน้ำยาล้างไต เนื่องจากสถานการณ์พลังงานตึงตัวจากผลกระทบของเหตุการณ์ในตะวันออกกลาง ทำให้น้ำมันขาดแคลน ส่งผลต่อระบบขนส่ง โดยเฉพาะในพื้นที่ชนบทที่เข้าถึงได้ยาก
“พื้นที่ชนบทได้รับผลกระทบค่อนข้างชัดเจน ทั้งการกระจายเวชภัณฑ์และการเดินทางของผู้ป่วย รวมถึงรถฉุกเฉินที่จำเป็นต้องใช้รับส่งผู้ป่วยในสถานการณ์วิกฤต ก็อาจได้รับผลกระทบจากข้อจำกัดด้านน้ำมัน” นายธนพลธ์ กล่าว
ขณะเดียวกัน ผู้ป่วยฟอกเลือดด้วยเครื่องไตเทียม (HD) ซึ่งต้องเดินทางไปโรงพยาบาลสัปดาห์ละหลายครั้ง ก็มีความกังวลเรื่องการเดินทาง ทั้งรถส่วนตัวและรถรับส่งผู้ป่วย เนื่องจากราคาน้ำมันที่ปรับสูงขึ้นและความเสี่ยงขาดแคลน อาจทำให้ไม่สามารถเข้ารับบริการได้ตามนัด ซึ่งส่งผลต่อสุขภาพอย่างมีนัยสำคัญ
นอกจากนี้ ยังรวมถึงผู้ป่วยปลูกถ่ายไต (KT) ที่จำเป็นต้องรับประทานยากดภูมิคุ้มกันอย่างต่อเนื่อง หากระบบการจัดหาหรือกระจายยาได้รับผลกระทบ ก็อาจเพิ่มความเสี่ยงต่อภาวะแทรกซ้อน.
ทั้งนี้ สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย เตรียมเข้าหารือกับ สำนักงานหลักประกันสุขภาพแห่งชาติ (สปสช.) เพื่อร่วมกันหาแนวทางแก้ไขปัญหาเร่งด่วน โดยจะมุ่งเน้นการบริหารจัดการระบบขนส่งในภาวะวิกฤต และการวางแผนสำรองน้ำยาล้างไตให้เพียงพอกับความต้องการของผู้ป่วยในแต่ละพื้นที่
พร้อมกันนี้ จะมีการพิจารณามาตรการกักตุนน้ำยาล้างไตในระดับพื้นที่ เพื่อรองรับสถานการณ์ที่อาจยืดเยื้อ และลดความเสี่ยงที่ผู้ป่วยจะขาดแคลนเวชภัณฑ์จำเป็น
นายธนพลธ์ ย้ำว่า ผู้ป่วยโรคไตทุกกลุ่ม ไม่ว่าจะเป็นผู้ป่วยล้างไตทางช่องท้อง ผู้ป่วยฟอกเลือด หรือผู้ป่วยปลูกถ่ายไต ล้วนจำเป็นต้องได้รับการดูแลอย่างต่อเนื่อง ดังนั้นหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรเร่งเตรียมความพร้อมทั้งระบบ เพื่อไม่ให้ปัจจัยภายนอกมากระทบต่อการรักษา
พร้อมกันนี้ ควรมีการสื่อสารข้อมูลที่ชัดเจนไปยังผู้ป่วย เพื่อลดความกังวล และช่วยให้สามารถวางแผนดูแลตนเองได้อย่างเหมาะสม
“เราหวังว่าทุกภาคส่วนจะร่วมกันดูแล ไม่ให้สถานการณ์ภายนอกกลายเป็นอุปสรรคต่อการรักษาของผู้ป่วยในประเทศ เพราะสุดท้ายแล้ว ‘ความต่อเนื่องของการรักษา’ คือหัวใจสำคัญของผู้ป่วยโรคไต” นายธนพลธ์ กล่าว.
เว็บไซต์สมาคมเพื่อนโรคไตฯ: https://www.kfat.or.th/สอบถามข้อมูล โทร 02-2483735 ต่อ 124
facebook เพจ สมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย
ที่มา : hfocus เจาะลึกระบบสุขภาพ
ขอบคุณ : เจาะลึกระบบสุขภาพ
v
v
v
ด้วยความปรารถนาดีจากสมาคมเพื่อนโรคไตแห่งประเทศไทย
